จำนวนการดูหน้าเว็บรวม
วันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2552
การต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
วันที่ 14 พฤษภาคม 2552 เข้าร่วมฟังการบรรยายแนวทางการต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู และบุคลากรทางการศึกษา จัดโดย สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ณ หอประชุมกองทัพเรือ กทม. รายละเอียดสามารถศึกษาดูได้จาก http:www.ksp.or.th สาระสำคัญคือ ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา จะต้องขอต่ออายุ ก่อนวันหมดอายุใบอนุญาตไม่น้อยกว่า 180 วัน (8 มิถุนายน 2552) โดยทางโปรแกรมสำเร็จรูปที่กำหนด ผอ.รับรองคุณสมบัติ ที่สำคัญ ชำระเงินค่าต่ออายุ 200 บาท โดยเงินสดที่คุรุสภา หรือ ทางไปรษณีย์เท่านั้น
สำนักนโยบายและแผนการอาชีวศึกษา จัดประชุมผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทรัพยากร
วันที่ 8 พฤษภาคม 2552 สำนักนโยบายและแผนการอาชีวศึกษา จัดประชุมสัมมนาชี้แจงเรื่องการดำเนินงานเบิกจ่ายเงินโครงการ เรียนฟรี 15 ปี และเงินหมวดงบลงทุน ปีงบประมาณ 2552 และ 2553 ณ วิทยาลัยเทคนิคลำพูน
โครงการพัฒนาสมรรถนะการบริหารจัดการอาชีวศึกษายุคใหม่ รุ่นที่ 2
โครงการพัฒนาสมรรถนะการบริหารจัดการอาชีวศึกษายุคใหม่ รุ่นที่ 2
ระยะที่ 4 : วันที่ 28 – 30 เมษายน 2552
ณ โรงแรมทาวน์ อิน ทาวน์ กรุงเทพฯ
วันอังคารที่ 28 เมษายน 2552
08.30 – 09.00 Morning Brief
หัวข้อ ความสำเร็จและความต่อเนื่องของการเรียนรู้
โดย ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์
09.00 – 12.00 Learning Forum
หัวข้อ จากประสบการณ์ของข้าพเจ้ากับมุมมองต่อการทำงานของอาชีวศึกษา
โดย ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ
อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
12.00 – 13.00 รับประทานอาหารกลางวัน
13.00 – 18.00 Learning Forum
หัวข้อ จากแนวคิดทางการตลาด..สู่การปรับใช้กับการทำงานของอาชีวศึกษา
โดย ศาสตราภิชานไกรฤทธิ์ บุณยเกียรติ
18.00 – 19.00 รับประทานอาหารเย็น
19.00 – 21.00 กิจกรรมเสริมสร้างเครือข่ายผู้บริหาร
วันพุธที่ 29 เมษายน 2552
08.30น. Morning Coffee
09.00 – 12.00 Learning Forum
หัวข้อ Blue Ocean ของอาชีวศึกษาในมุมมองของข้าพเจ้า
โดย รศ.ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์
อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
12.00 – 13.00 อาหารกลางวัน
13.00 – 18.00 Learning Forum
หัวข้อ คิดแบบผู้นำ
โดย คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์
18.00 – 19.00 รับประทานอาหารเย็น
19.00 – 21.00 กิจกรรมเสริมสร้างเครือข่ายผู้บริหาร
วันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน 2552
08.30น. Morning Coffee
08.30 – 10.00 หัวข้อ ผู้นำกับ Coaching และการกำหนด Vision
โดย ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์
10.00 – 12.00 Learning Forum
หัวข้อ คิดแบบผู้ประกอบการ
โดย คุณโชค บูลกุล
กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัทฟาร์มโชคชัย จำกัด
12.00 – 13.00 อาหารกลางวัน
13.00 – 15.00 แบ่งกลุ่ม Workshop & Presentation
หัวข้อ สิ่งที่ได้เรียนรู้จากโครงการฯ เพื่อการทำงานยุคใหม่ของอาชีวศึกษา
ร่วมให้คำปรึกษาและแนะนำโดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ และทีมงาน
15.00 – 16.00 ร่วมแสดงวิสัยทัศน์
เรื่อง การขับเคลื่อนผลงานที่เป็นเลิศของอาชีวศึกษาในมุมมองของข้าพเจ้า
โดย เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
(นายเฉลียว อยู่สีมารักษ์)
16.00 – 16.30 พิธีปิด
**************************
ระยะที่ 4 : วันที่ 28 – 30 เมษายน 2552
ณ โรงแรมทาวน์ อิน ทาวน์ กรุงเทพฯ
วันอังคารที่ 28 เมษายน 2552
08.30 – 09.00 Morning Brief
หัวข้อ ความสำเร็จและความต่อเนื่องของการเรียนรู้
โดย ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์
09.00 – 12.00 Learning Forum
หัวข้อ จากประสบการณ์ของข้าพเจ้ากับมุมมองต่อการทำงานของอาชีวศึกษา
โดย ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ
อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
12.00 – 13.00 รับประทานอาหารกลางวัน
13.00 – 18.00 Learning Forum
หัวข้อ จากแนวคิดทางการตลาด..สู่การปรับใช้กับการทำงานของอาชีวศึกษา
โดย ศาสตราภิชานไกรฤทธิ์ บุณยเกียรติ
18.00 – 19.00 รับประทานอาหารเย็น
19.00 – 21.00 กิจกรรมเสริมสร้างเครือข่ายผู้บริหาร
วันพุธที่ 29 เมษายน 2552
08.30น. Morning Coffee
09.00 – 12.00 Learning Forum
หัวข้อ Blue Ocean ของอาชีวศึกษาในมุมมองของข้าพเจ้า
โดย รศ.ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์
อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
12.00 – 13.00 อาหารกลางวัน
13.00 – 18.00 Learning Forum
หัวข้อ คิดแบบผู้นำ
โดย คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์
18.00 – 19.00 รับประทานอาหารเย็น
19.00 – 21.00 กิจกรรมเสริมสร้างเครือข่ายผู้บริหาร
วันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน 2552
08.30น. Morning Coffee
08.30 – 10.00 หัวข้อ ผู้นำกับ Coaching และการกำหนด Vision
โดย ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์
10.00 – 12.00 Learning Forum
หัวข้อ คิดแบบผู้ประกอบการ
โดย คุณโชค บูลกุล
กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัทฟาร์มโชคชัย จำกัด
12.00 – 13.00 อาหารกลางวัน
13.00 – 15.00 แบ่งกลุ่ม Workshop & Presentation
หัวข้อ สิ่งที่ได้เรียนรู้จากโครงการฯ เพื่อการทำงานยุคใหม่ของอาชีวศึกษา
ร่วมให้คำปรึกษาและแนะนำโดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ และทีมงาน
15.00 – 16.00 ร่วมแสดงวิสัยทัศน์
เรื่อง การขับเคลื่อนผลงานที่เป็นเลิศของอาชีวศึกษาในมุมมองของข้าพเจ้า
โดย เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
(นายเฉลียว อยู่สีมารักษ์)
16.00 – 16.30 พิธีปิด
**************************
โครงการพัฒนาสมรรถนะการบริหารจัดการอาชีวศึกษายุคใหม่ รุ่นที่ 2 ระยะ 4
วันที่ 28 - 30 เมษายน 2552 เข้าร่วมประชุมสัมมนาตามโครงการพัฒนาสมรรถนะการบริหารจัดการอาชีวศึกษายุคใหม่ รุ่นที่ 2 ระยะ 4 โดย วันที่ 28 เมษายน 2552 ฟังบรรยายจาก ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ หัวข้อ ความสำเร็จและความต่อเนื่องของการเรียนรู้ ตามด้วย ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง จากประสบการณ์ของข้าพเจ้ากับมุมมองต่อการทำงานของอาชีวศึกษา ช่วงบ่ายเป็นการบรรยายของศาสตราภิชานไกรฤทธิ์ บุณยเกียรติ เรื่องจากแนวคิดทางการตลาด.. สู่การปรับใช้กับการทำงานของอาชีวศึกษา วันที่ 29 เมษายน 2552 หัวข้อ Blue Ocean ของอาชีวศึกษาในมุมมองของข้าพเจ้า โดย รศ.ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ และหัวข้อ คิดแบบผู้นำ โดย คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ วันที่ 30 เมษายน 2552 หัวข้อ ผู้นำกับ Coaching และการกำหนด Vision โดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ หัวข้อ คิดแบบผู้ประกอบการ คุณโชค บุลกุล กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัทฟาร์มโชคชัย จำกัด และสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้จากโครงการ และพิธีปิด บรรยายพิเศษ โดย เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา นายเฉลียว อยู่สีมารักษ์
วันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552
คุณสมบัติของผู้บริหารอันควรได้รับการยอมรับ
ถ้าเน้นความสำคัญที่การปฏิบัติบนพื้นฐานคุณธรรม ผู้บริหารอันเป็นที่พึงปรารถนา ควรมีคุณสมบัติอย่างกว้างๆดังต่อไปนี้
1. ควรมีรากฐานจิตใจอิสระ ไม่ยึดติดวัตถุ อำนาจ และเงินตรา ย่อมทำงานสานความรู้ ความเข้าใจให้ถึงกันได้ เริ่มจากคนระดับล่างก่อนอื่น อีกทั้งสามารถถ่ายทอดข้อมูล จากระดับพื้นดินขึ้นมาสู่ด้านบน ก่อนการตัดสินใจสิ่งใดลงไป
2. แม้เป็นผู้บริหารธุรกิจการค้า ซึ่งมุ่งหวังความมั่นคงในระยะยาวและการยอมรับและเชื่อถือ ย่อมต้องให้ความสำคัญแก่การพัฒนาคนเพื่อยกระดับคุณธรรมในรากฐานจิตใจให้บริสุทธิ์ผุดผ่องยิ่งขึ้น
3. ผู้บริหาร ควรรู้จักเสียสละ เพื่อสร้างสมดุลภายในรากฐานจิตใจให้กับผู้ซึ่งปฏิบัติงานอยู่ภายใต้อำนาจการบริหาร เพื่อช่วยให้เกิดศรัทธา ทำให้มีความเชื่อถือและมีขวัญกำลังใจทุ่มเททำงาน ด้วยความมั่นใจในตัวเอง รู้จักที่จะอ่อนน้อมถ่อมตนกับทุกคน ยิ่งเป็นคนระดับล่างและชนรุ่นหลัง เมื่อเกิดจากธรรมชาติย่อมมีความสุขที่จะปฏิบัติจากความจริงใจ โดยไม่หวั่นเกรงอิทธิพลผลกระทบจากภายนอก ดังจะพบได้ว่า บุคคลลักษณะนี้ สามารถยืนอยู่ได้อย่างสง่างาม ท่ามกลางผู้ซึ่งมีอิทธิพลวัตถุอยู่เหนือกว่าตน อย่างปราศจากปมด้อย และมีความสุภาพกับทุกคนอยู่ในความรู้สึกอันละเอียดอ่อน
4. การมีสิ่งที่กล่าวมาแล้วทั้งหมดอยู่ในส่วนลึกของหัวใจเป็นธรรมชาติ ย่อม เป็นผู้ที่มีน้ำใจกับทุกคนอย่างปราศจาก การเลือกที่รักมักที่ชัง และมีความเห็นใจคนตกทุกข์ได้ยากอย่างสานจิตใจถึงทุกคน
5. เป็นผู้ทีมีความเป็นตัวของตัวเอง ที่สานสัมพันธ์ถึงความศรัทธาในตัวเอง ช่วยให้รากฐานลึกซึ้ง แข็งแกร่งยิ่งขึ้น อันได้จากการทำงานตามอุดมการณ์ดังได้กล่าวมาแล้วทั้งหมด
6. หากมีการประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน เพื่อหวังความร่วมมือกันพัฒนา สิ่งแรกที่ควรสละความรู้สึกเห็นแก่ตัวและพรรคพวก เพื่อแสดงออกจากใจที่เป็นกลาง ประการที่สอง ผู้ใหญ่ที่น่าเคารพ ควรเสียสละความคิดของตนเองให้ผู้อื่น เพื่อเปิดโอกาสให้แต่ละคนเรียนรู้ความจริงจากการตัดสินใจ หลังจากที่ประชุมตัดสินใจไปแล้ว หากมีผลเสียหายติดตามมา แทนการลงโทษหรือซ้ำเติม ควรพร้อมที่จะให้อภัยด้วยความรู้สึกเข้าใจได้ถึง การสั่งสมประสบการณ์ของชนรุ่นหลัง จึงพร้อมที่จะเป็นกำลังใจให้คิดแก้ไขถ้า
ผู้บริหารคิดและปฏิบัติได้เช่นนี้ ย่อมสานเหตุผลต่อไป ทำให้รู้ว่า บุคคลลักษณะนี้ ย่อมให้ความสำคัญแก่การพัฒนาคุณภาพคนเหนือการสร้างงาน แม้งานที่ได้รับอาจมีผลไม่ดีเท่าที่ตนต้องการ แต่คนซึ่งเป็นอนาคต น่าจะสร้างผลงานได้ดียิ่งกว่าในปัจจุบัน อันเป็นคุณสมบัติของผู้ที่มองการณ์ไกล อีกทั้งช่วยให้การกระจายงาน มีรากฐานและเป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่สร้างผลเสียหายให้กับคนกลุ่มอื่นใดก็ตาม
1. ควรมีรากฐานจิตใจอิสระ ไม่ยึดติดวัตถุ อำนาจ และเงินตรา ย่อมทำงานสานความรู้ ความเข้าใจให้ถึงกันได้ เริ่มจากคนระดับล่างก่อนอื่น อีกทั้งสามารถถ่ายทอดข้อมูล จากระดับพื้นดินขึ้นมาสู่ด้านบน ก่อนการตัดสินใจสิ่งใดลงไป
2. แม้เป็นผู้บริหารธุรกิจการค้า ซึ่งมุ่งหวังความมั่นคงในระยะยาวและการยอมรับและเชื่อถือ ย่อมต้องให้ความสำคัญแก่การพัฒนาคนเพื่อยกระดับคุณธรรมในรากฐานจิตใจให้บริสุทธิ์ผุดผ่องยิ่งขึ้น
3. ผู้บริหาร ควรรู้จักเสียสละ เพื่อสร้างสมดุลภายในรากฐานจิตใจให้กับผู้ซึ่งปฏิบัติงานอยู่ภายใต้อำนาจการบริหาร เพื่อช่วยให้เกิดศรัทธา ทำให้มีความเชื่อถือและมีขวัญกำลังใจทุ่มเททำงาน ด้วยความมั่นใจในตัวเอง รู้จักที่จะอ่อนน้อมถ่อมตนกับทุกคน ยิ่งเป็นคนระดับล่างและชนรุ่นหลัง เมื่อเกิดจากธรรมชาติย่อมมีความสุขที่จะปฏิบัติจากความจริงใจ โดยไม่หวั่นเกรงอิทธิพลผลกระทบจากภายนอก ดังจะพบได้ว่า บุคคลลักษณะนี้ สามารถยืนอยู่ได้อย่างสง่างาม ท่ามกลางผู้ซึ่งมีอิทธิพลวัตถุอยู่เหนือกว่าตน อย่างปราศจากปมด้อย และมีความสุภาพกับทุกคนอยู่ในความรู้สึกอันละเอียดอ่อน
4. การมีสิ่งที่กล่าวมาแล้วทั้งหมดอยู่ในส่วนลึกของหัวใจเป็นธรรมชาติ ย่อม เป็นผู้ที่มีน้ำใจกับทุกคนอย่างปราศจาก การเลือกที่รักมักที่ชัง และมีความเห็นใจคนตกทุกข์ได้ยากอย่างสานจิตใจถึงทุกคน
5. เป็นผู้ทีมีความเป็นตัวของตัวเอง ที่สานสัมพันธ์ถึงความศรัทธาในตัวเอง ช่วยให้รากฐานลึกซึ้ง แข็งแกร่งยิ่งขึ้น อันได้จากการทำงานตามอุดมการณ์ดังได้กล่าวมาแล้วทั้งหมด
6. หากมีการประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน เพื่อหวังความร่วมมือกันพัฒนา สิ่งแรกที่ควรสละความรู้สึกเห็นแก่ตัวและพรรคพวก เพื่อแสดงออกจากใจที่เป็นกลาง ประการที่สอง ผู้ใหญ่ที่น่าเคารพ ควรเสียสละความคิดของตนเองให้ผู้อื่น เพื่อเปิดโอกาสให้แต่ละคนเรียนรู้ความจริงจากการตัดสินใจ หลังจากที่ประชุมตัดสินใจไปแล้ว หากมีผลเสียหายติดตามมา แทนการลงโทษหรือซ้ำเติม ควรพร้อมที่จะให้อภัยด้วยความรู้สึกเข้าใจได้ถึง การสั่งสมประสบการณ์ของชนรุ่นหลัง จึงพร้อมที่จะเป็นกำลังใจให้คิดแก้ไขถ้า
ผู้บริหารคิดและปฏิบัติได้เช่นนี้ ย่อมสานเหตุผลต่อไป ทำให้รู้ว่า บุคคลลักษณะนี้ ย่อมให้ความสำคัญแก่การพัฒนาคุณภาพคนเหนือการสร้างงาน แม้งานที่ได้รับอาจมีผลไม่ดีเท่าที่ตนต้องการ แต่คนซึ่งเป็นอนาคต น่าจะสร้างผลงานได้ดียิ่งกว่าในปัจจุบัน อันเป็นคุณสมบัติของผู้ที่มองการณ์ไกล อีกทั้งช่วยให้การกระจายงาน มีรากฐานและเป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่สร้างผลเสียหายให้กับคนกลุ่มอื่นใดก็ตาม
คุณธรรมผู้บริหาร
1. ผู้บริหารที่ดี มีคุณธรรมรองรับการปฏิบัติงานร่วมกับการดำเนินชีวิต ควรมีคุณสมบัติที่สามารถสานความเชื่อมั่นครบทุกสายงาน และทุกกลุ่มความคิดให้เป็นหนึ่งเดียวกันได้ แทนการยึดปริญญาสูงๆ ยึดชั่วโมงการทำงานบริหาร ยิ่งยึดคนพวกเดียวกัน หรือรู้จักกันมาแล้วเป็นส่วนตัว โดยที่เข้าใจว่าคือการรู้ทางกัน ยิ่งมีผลย้อนกลับมาเป็นอันตราย ต่อตนเองและส่วนรวมมากที่สุด
2. ผู้บริหารที่มีคุณธรรม ร่วมกับมีความรู้ความสามารถจริง ย่อมไม่คิดและปฏิบัติในการแก้ไขปัญหาโดยการใช้อำนาจทำร้ายคนที่อยู่ต่ำกว่าตน โดยคิดว่าคือการแก้ปัญหาที่เกี่ยวกับคน หากแสดงความสามารถในการเปลี่ยนแปลงคนซึ่งตนคิดว่าไม่ดี หรือไม่เหมาะสม ให้กลับมาเป็นคนดี ตามความเหมาะสมเพราะสัจธรรมได้ชี้ไว้ว่า ทุกคนมีสิ่งที่ดีด้วยกันทั้งนั้น หากความดีก็ย่อมมีความหลากหลายอยู่บนพื้น
3. ข้อนี้ น่าจะมีผลเป็นบทสรุปคำตอบ หากถามว่า “แล้วจะทำอย่างไรให้สองสิ่งนี้มีความเป็นไปได้?” กล่าวคือ ควรมีความรักในเพื่อนมนุษย์ทุกคน โดยการชำระล้างกรอบซึ่งเคยฝังลึกอยู่ในรากฐานจิตใจตนเองให้ลดลงเหลือน้อยที่สุด นั้นคือ “การมุ่งมั่นนำปฏิบัติทุกสิ่งทุกอย่างซึ่งอยู่บนพื้นฐานความหลากหลาย เริ่มต้นจากการให้ความสำคัญแก่ความหลากหลายของเพื่อนมนุษย์และเยาวชนคนรุ่นหลัง” ซึ่งหมายความว่า ผู้บริหารที่มีคุณธรรม ควรมีวิญญาณความรักที่จะมุ่งทิศทางและการใช้ชีวิต ลงสู่ด้านล่างอย่างมีความสุข และในที่สุด ตนย่อมพบได้ตามความปรารถนาอย่างเป็นธรรมชาติ แม้บางครั้งหลังจากพบกับปัญหาหนัก อาจรู้สึกท้อถอย แต่แล้วก็สามารถลุกขึ้นมาต่อสู้ใหม่เริ่มต้นจากความรู้สึกในตัวเอง สู่การเปลี่ยนแปลงจากภายนอก ในเมื่อตนมีความมุ่งมั่นมาแต่เดิมเป็นเวลานานมาก จนกระทั่งใช้เป็นพื้นฐานการพิสูจน์ความจริงได้แล้ว
ในขณะที่สังคมกำลังประสบปัญหาหนักมากยิ่งขึ้น ทำให้หลายคนมุ่งมองไปยังปัญหา และมองไปที่กลุ่มผู้บริหารระดับสูง มักได้ยินคำปรารภว่า ไปทั้งที่ๆ รู้ ไม่ใช่ไม่รู้ ซึ่งผู้เขียนมักตอบไปโดยอาศัยหลักประจำใจว่า นั่นคือความรู้ซึ่งอยู่บนพื้นฐานความไม่รู้ (บันทึกของแก้วตา ป.โท บริหาร ม.บูรพา : คุณครูจากเมืองพนัส)
2. ผู้บริหารที่มีคุณธรรม ร่วมกับมีความรู้ความสามารถจริง ย่อมไม่คิดและปฏิบัติในการแก้ไขปัญหาโดยการใช้อำนาจทำร้ายคนที่อยู่ต่ำกว่าตน โดยคิดว่าคือการแก้ปัญหาที่เกี่ยวกับคน หากแสดงความสามารถในการเปลี่ยนแปลงคนซึ่งตนคิดว่าไม่ดี หรือไม่เหมาะสม ให้กลับมาเป็นคนดี ตามความเหมาะสมเพราะสัจธรรมได้ชี้ไว้ว่า ทุกคนมีสิ่งที่ดีด้วยกันทั้งนั้น หากความดีก็ย่อมมีความหลากหลายอยู่บนพื้น
3. ข้อนี้ น่าจะมีผลเป็นบทสรุปคำตอบ หากถามว่า “แล้วจะทำอย่างไรให้สองสิ่งนี้มีความเป็นไปได้?” กล่าวคือ ควรมีความรักในเพื่อนมนุษย์ทุกคน โดยการชำระล้างกรอบซึ่งเคยฝังลึกอยู่ในรากฐานจิตใจตนเองให้ลดลงเหลือน้อยที่สุด นั้นคือ “การมุ่งมั่นนำปฏิบัติทุกสิ่งทุกอย่างซึ่งอยู่บนพื้นฐานความหลากหลาย เริ่มต้นจากการให้ความสำคัญแก่ความหลากหลายของเพื่อนมนุษย์และเยาวชนคนรุ่นหลัง” ซึ่งหมายความว่า ผู้บริหารที่มีคุณธรรม ควรมีวิญญาณความรักที่จะมุ่งทิศทางและการใช้ชีวิต ลงสู่ด้านล่างอย่างมีความสุข และในที่สุด ตนย่อมพบได้ตามความปรารถนาอย่างเป็นธรรมชาติ แม้บางครั้งหลังจากพบกับปัญหาหนัก อาจรู้สึกท้อถอย แต่แล้วก็สามารถลุกขึ้นมาต่อสู้ใหม่เริ่มต้นจากความรู้สึกในตัวเอง สู่การเปลี่ยนแปลงจากภายนอก ในเมื่อตนมีความมุ่งมั่นมาแต่เดิมเป็นเวลานานมาก จนกระทั่งใช้เป็นพื้นฐานการพิสูจน์ความจริงได้แล้ว
ในขณะที่สังคมกำลังประสบปัญหาหนักมากยิ่งขึ้น ทำให้หลายคนมุ่งมองไปยังปัญหา และมองไปที่กลุ่มผู้บริหารระดับสูง มักได้ยินคำปรารภว่า ไปทั้งที่ๆ รู้ ไม่ใช่ไม่รู้ ซึ่งผู้เขียนมักตอบไปโดยอาศัยหลักประจำใจว่า นั่นคือความรู้ซึ่งอยู่บนพื้นฐานความไม่รู้ (บันทึกของแก้วตา ป.โท บริหาร ม.บูรพา : คุณครูจากเมืองพนัส)
อบรมสัมมนาระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ
โครงการอบรมสัมมนาระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ โดยกลุ่มนิติการ สำนักอำนวยการ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ระหว่างวันที่ 21 - 23 มกราคม 2552 ณ โรงแรมเชียงใหม่ออคิด จ.เชียงใหม่
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)